วิธีเลือก Web Hosting ที่คุณต้องการ ตอนที่ 1

ปัจจุบันมีผู้ให้บริการ Web Hosting มากมาย ... แต่เจ้าไหนถึงเหมาะสมกับคุณมากที่สุด และไม่ทำให้คุณช้ำใจ ...
ใน Guide นี้เราจะแนะนำวิธีการเลือก Web Hosting อย่างมืออาชีพ ให้กับคุณ ...
หากพร้อมแล้วเราค่อยๆ ลุยกันไปเลยครับ ...

1) จงจำไว้ว่า ราคาถูก ไม่ได้ดีเสมอไป
เนื่องจากการแข่งขันสูงขึ้นมาก ในทุกวันนี้ เพราะธุรกิจนี้ใครๆ ก็ทำได้เพียงแค่มีเงินลงทุนไม่กี่ร้อยบาท และมีเวลา ดังนั้นการแข่งขันย่อมสูงมากเป็นธรรมดา ซึ่งแน่นอนครับ ในบางมุมมันก็ดีต่อผู้บริโภค แต่อีกมุมนึงก็ทำร้ายผู้บริโภคเช่นกัน ...
บางท่านอาจยังไม่เห็นภาพ ... ผมจะยกตัวอย่างให้ดูครับ
พื้นที่ 5,000MB , Unlimited Data Transfer ราคาแค่ 500 บาทต่อปี !? หลายๆ ท่านอาจคิดว่าคุ้มจริงๆ แค่ 500 บาทต่อปีเอง เอาแหละครับ ลองคิดตามผมนะครับ
1 ปีมี 365 วัน = 500 บาท / 365 = 1.36 บาท โอ้ว ถูกมากใช่ไหมครับ เอาแหละครับ ถ้าคุณเป็นผู้ให้บริการ และมีลูกค้า 100 เจ้า (เครื่อง Server ก็น่าจะเริ่มรับไม่ไหว) คุณควรจะได้เงินวันละ 136 บาท ถึงเท่ากับเดือนละ 4080 บาท ... เดือนละ 4000 บาท ยังไม่ได้หักต้นทุน ค่าวางเครื่อง / ค่าเครื่อง เอาแหละครับคิดซะว่าค่าเช่าเครื่องเดือนละ 3,000 บาท เค้าจะเหลือเงิน 1080 บาท ... ค่าโทรศัพท์ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแรง ...
ไม่เหลือแน่นอนครับ ... ลองคำนวนดูง่ายๆ ครับ ยิ่งถ้าเค้ามีปัญหา Hardware เสีย แง่ร้ายคือเค้าอาจไม่มีเงินเปลี่ยนอุปกรณ์ก็เป็นได้ ...
ลองคิดสิครับ ถ้าคุณทำเว็บ มีสมาชิกเป็นร้อยๆ พันๆ คน แต่อยู่ดีๆ ข้อมูลหายไปทั้งหมด ... มันคงไม่สนุกสินะครับ ...
ดังนั้น บทเรียนแรก อย่าเลือกของที่ราคาครับ ... ก่อนเลือกก็ลองเปรียบเทียบกับเจ้าอื่นๆ ให้ราคามันอยู่กลางๆ ครับ ถ้าต้องการของถูกจริงๆ แต่แน่นอน ของแพง ก็ไม่ได้ดีเสมอไป ... ลองมาดูกันครับ
500MB 5,000 บาทต่อปี ... ราคานี้ถ้าเป็น 10 ปีก่อน สมัย Harddisk พื้นที่น้อยๆ ผมคงไม่เถียงครับ ... แต่สมัยนี้ แน่นอนยังคงมีราคานี้ให้เห็นทั่วไป (บางเว็บใหญ่ๆ) เค้าทำได้ครับ เค้าขายบริการ ขายแบรนด์ของเค้า แต่ผมไม่แนะนำให้ใช้หรอกครับ ไม่ว่าจะดีแค่ไหน แต่แบบนี้มันขูดเลือดกันเกินไป อย่างน้อยเค้าควรจะเพิ่มเนื้อที่ ให้เค้ากับตลาดปัจจุบันครับ ...
ผมขอแนะนำวิธีเลือกราคาดังนี้
- ให้นำ Spec ที่่ต้องการ เนื้อที่, bandwitch, accounts ต่างๆ ไปเทียบกับหลายๆ ที่ดูครับ ถ้าแพงกว่ากันไม่เกิน 500-900 บาท เอาเป็นว่าใ้ช้ได้ครับ
- เลือกเว็บที่หน้าเว็บดูมืออาชีพ หรือทำมานานแล้ว มีเบอร์ติดต่อแสดงให้เห็นชัด และหากมีการจดทะเบียนพาณิชย์อีเลคโทรนิคจะทำให้มั่นใจ เพิ่มได้มากขึ้นครับ
สำหรับบทแรก ผมขอจบไว้เท่านี้ก่อน วันต่อไปผมจะพูดถึงบทที่ 2 คอยติดตามนะครับ